พาส่อง “บ้านคิดส์มิตรฉัน” ในคอนเซปต์ Zero Waste กับศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กในแคมป์ก่อสร้าง

ที่ผ่านมาวงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มตื่นตัวกับปัญหาสังคม และลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว แต่ไม่บ่อยนักที่จะเห็นองค์กรธุรกิจที่คำนึงถึง ‘ผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการก่อสร้าง’ นับตั้งแต่วันแรกของการตอกเสาเข็ม ไปจนถึงวันที่ประตูรั้วเปิดต้อนรับครอบครัวน้อยใหญ่เข้ามาเป็นสมาชิก และโมงยามการใช้ชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่าน

บ้านคิดส์มิตรฉัน (Kids’ Mission) เป็นภารกิจของ SC Asset ที่ตั้งใจจะสร้างศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นมิตรและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ในแคมป์ก่อสร้างของโครงการนำร่องบางกะดี (Neighbourhood Bangkadi) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปี

ระหว่างเดินทางไปยังย่านบางกะดี ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อถนนติวานนท์ ปทุมธานี-รังสิต เราได้เห็นชุมชน สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งโครงการพัฒนาอีกมากมายที่กำลังจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในไม่ช้า จนกระทั่งเลี้ยวรถเข้าไปในโครงการ Neighbourhood Bangkadi มีบ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศแสนคึกคักและเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของทุกๆ คนที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี…รอยยิ้มที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึง ‘ความหวัง’

Kids’ Mission: ภารกิจเพื่อเด็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจจะสร้างสังคมที่ดี

นอกจาก Neighbourhood Bangkadi จะนำกระบวนการวิจัยและการออกแบบเข้ามายกระดับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่กับพื้นที่สาธารณะ โดยยึดความต้องการของผู้อยู่อาศัยและคนในชุมชนเป็นศูนย์กลางแล้ว ทาง SC Asset ยังผุดโปรเจกต์ ‘บ้านคิดส์มิตรฉัน’ สร้างศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ในแคมป์งานก่อสร้าง เพื่อตอกย้ำพันธกิจ ‘For Good Mornings’ ด้วยเชื่อว่าการสร้าง ‘เช้าที่ดีสำหรับทุกคน’ ไม่จำเป็นต้องจำกัดเฉพาะลูกค้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงระดับชุมชน สังคม ไม่เว้นแม้แต่หน่วยย่อยในสังคมอย่างกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ผู้เป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาเมือง แต่กลับถูกมองข้ามความสำคัญและถูกเลือกปฏิบัติอยู่บ่อยครั้ง

“เราอยากจะสร้าง For Good Mornings

ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน ไม่ใช่แค่ลูกค้าของเรา”

ในการลงพื้นที่สำรวจในโครงการนี้ พบว่า มีแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานประมาณ 700 คน กับผู้รับเหมากว่า 20 ราย ทั้งในส่วนสาธารณูปโภค และในส่วนการสร้างบ้าน โดยมีเด็กๆ ประมาณ 40 กว่าคน ตั้งแต่วัยแรกเกิดไปจนถึงอายุ 15 ปี อย่างไรก็ตาม แรงงานที่มีลูกหลานย่อมรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกๆ เช่นเดียวกับพ่อแม่คนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของการสร้างศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็ก ให้เป็นทั้ง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุในระหว่างการปฏิบัติงาน และ ‘ศูนย์ดูแล’ ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมไปในตัวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา: ขั้นบันไดสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 

การเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ เปรียบได้กับการวางโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง ก่อนลงมือสร้างบ้าน จึงจำเป็นต้องอาศัยคนที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจเด็กอย่างแท้จริง SC Asset ได้จับมือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Protection Network: LPN) เข้ามาช่วยจัดการ ตั้งแต่วางโครงสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ การทำกิจกรรม ไปจนถึงการดูแลเด็กๆ เนื่องจากมูลนิธิมีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดการแรงงาน การส่งเสริมความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะ

ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าอยากจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ร่วมกัน เด็กแรกเกิดจะต้องมีคุณแม่เข้ามาช่วยดูแลด้วย ส่วนเด็กๆ อายุประมาณ 3-5 ปี ไปจนถึง 15 ปี ถือเป็นวัยที่พร้อมเรียนรู้ 

บ้านคิดส์มิตรฉันจะช่วยดูแลเตรียมความพร้อมทั้งหมด 3 ด้านคือ

  1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน: วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการสื่อสาร เช่น การอ่าน-เขียน และวิชาคณิตศาสตร์ รวมทั้งทักษะชีวิต (Life Skills) เช่น ทักษะด้านจิตใจและอารมณ์ ผ่านการทำกิจกรรมสันทนาการ
  2. การดูแลด้านสุขอนามัย: เจ้าหน้าที่และครูจะช่วยสอนเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ การรักษาความสะอาด และความปลอดภัย
  3. การเรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิที่พึงมีพึงได้: ทั้งเด็กและพ่อแม่จะได้เรียนรู้สิทธิต่างๆ ของตนเองในฐานะแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการรักษาพยาบาล ประกันสังคม สิทธิทางการศึกษาในไทยสำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป

ปัจจุบันมีเด็กที่เข้าร่วมโปรเจกต์นี้ประมาณ 20 คน จากทั้งหมด 40 คน

SC Asset กับทางมูลนิธิได้ลงพื้นที่และเข้าไปพูดคุยแบบตัวต่อว่าพวกเขาสามารถส่งเด็กๆ มาที่ศูนย์ของเราได้ นอกจากนี้เด็กๆ ก็จะไปชวนกันเองด้วย ตอนแรกเขาอาจจะไม่มั่นใจ ไม่คุ้นเคย แต่พอเขาเห็นเพื่อนๆ สนุกกัน ได้เรียน มีขนมรับประทานทั้งช่วงเช้าและบ่าย เขาก็เริ่มเข้ามา ทำให้เรามีเด็กเข้ามาเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน”

“เด็กบางคนที่เข้ามาอยู่ในศูนย์ของเราอายุ 10 ขวบแล้ว สามารถเข้าโรงเรียนได้ตามกฎหมาย แต่เขายังพูดภาษาไทยไม่ได้ ถ้าหากเขาเข้าไปเรียนโรงเรียนไทย ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัว ถ้าเด็กไม่มีความพร้อม คนที่ทุกข์ที่สุดก็คือเด็ก เพราะว่าเขาเข้ากับเพื่อนไม่ได้ หรืออาจโดนเพื่อนล้อ เพราะฉะนั้นบ้านคิดส์มิตรฉันจะเป็นสถานที่หนึ่งที่ให้เขาได้ปรับตัวให้คุ้นชิน และสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนไทยได้ หรือได้รับความรู้ขั้นพื้นฐานติดตัวกลับไปด้วย ถ้าหากเขาต้องกลับไปอยู่บ้าน”

นอกจากเรื่องการเรียนเชิงวิชาการแล้ว ด้านหลังศูนย์แห่งนี้ยังมีพื้นที่สันทนาการ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ และพ่อแม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันโดยเฉพาะอีกด้วย “เราดูแลตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยของสถานที่ มีครูที่สามารถสื่อสารภาษาของเขาได้ มันคือการพูดคุยกัน แรงงานเป็นคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกัน มีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมคล้ายกัน ทั้งเรื่องความกตัญญู ความมีน้ำใจ มีเมตตา หรือแม้แต่การประกอบพิธีทางศาสนา ก็เลยปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายมากขึ้น”

จากพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้ สู่พื้นที่เป็นมิตรบนเส้นทางสู่ Zero Waste

อีกจุดเด่นหนึ่งของโปรเจกต์นี้อยู่ที่การดึงคอนเซปต์ Zero Waste มาปรับใช้ในการออกแบบและการก่อสร้างบ้าน ตั้งแต่การนำอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) มากถึง 50% โดยได้รับความช่วยเหลือจากซัพพลายเออร์และคู่ค้า เช่น บานประตู กรอบอะลูมิเนียม กระจก เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องซื้อใหม่เพื่อใช้ในการก่อสร้าง อาทิ อิฐ หิน ปูน ทราย

และอย่าเพิ่งคิดว่าศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กในแคมป์ก่อสร้างไม่จำเป็นต้องใส่ใจด้านการออกแบบนัก เพราะโปรเจกต์นี้ใช้สถาปนิกที่ออกแบบบ้านเข้ามาช่วยจัดสรรพื้นที่ โดยคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยและความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ เช่น การออกแบบโครงสร้างแบบเปิดโล่งให้อากาศถ่ายเทสะดวก ใช้แผ่นหลังคา Metal Sheet ช่วยให้ไม่ร้อน และมีพื้นที่สำหรับวิ่งเล่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย

เพราะเช้าที่ดีคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

“ตอนเช้าเราเห็นแววตาของแม่เวลามาส่งลูก เขาจะดูว่าลูกร้องไห้ไหม ด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ เขาห่วงเรื่องความปลอดภัย อยากให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีและมีความรู้ติดตัวอยู่แล้ว เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์”

แม้ว่าโปรเจกต์นี้จะเป็นเพียงบันไดขั้นเล็กๆ ที่ช่วยปูทางให้เด็กๆ มีทักษะการใช้ชีวิต มีสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการศึกษาไปพร้อมๆ กับสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม แต่ในระหว่างทางทั้งเด็กๆ และบ้านคิดส์มิตรฉันจะเติบโตไปพร้อมกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi จนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ 

แต่ใช่ว่าโครงการนี้จะสิ้นสุดลงทันที หากเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการอีกมากมายที่จะพาสังคมเติบโตไปด้วยกัน ไม่ต่างจากเช้าวันใหม่

ขอบคุณเนื้อหาจาก The Standard