ทำไม SC Asset จับมือ Flash Group ทำธุรกิจโลจิสติกส์ ?

ถ้าถามว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย เติบโตมากเพียงใด..

ปี 2021 ธุรกิจโลจิสติกส์สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 480.4 พันล้านบาท ขยายตัว 6.4% จากปีก่อน จากการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวเพื่อรองรับธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งล่าสุดในปี 2022 นี้ ข้อมูลจากดัชนีประเทศตลาดเกิดใหม่ด้านโลจิสติกส์ ยังพบว่าประเทศไทย ติดอันดับที่ 8 จาก 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไต่อันดับดีขึ้นเรื่อย ๆ จากปีก่อนที่เคยอยู่ในอันดับที่ 11 

ที่สำคัญ หลังจากนี้ไป ยังมีปัจจัยสำคัญอย่าง RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2022 ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันธุรกิจโลจิสติกส์ และภาคการส่งออกของไทยให้ขยายตัวมากขึ้น อีกด้วย

พอได้เห็นภาพรวมการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ หากธุรกิจอื่น ๆ จะหันมาสนใจ และเข้ามาทำธุรกิจโลจิสติกส์กันมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ดังอย่าง SC Asset 

แล้วทำไม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถึงสนใจเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ ?

โดยปีนี้ SC Asset วางโรดแม็ปการเติบโต 4 ปี “Thriving for good” เพื่อที่จะสร้างรายได้ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2022-2025 ที่มาจากสมรภูมิเดิมและน่านน้ำใหม่ทั้งยังต้องการจะเพิ่มสัดส่วนกำไรจาก Recurring Income ให้ถึง 20-25%

แน่นอนว่า หนึ่งในน่านน้ำใหม่ที่ว่านี้ก็คือ ธุรกิจโลจิสติกส์ ที่กำลังเติบโตอย่างที่เกริ่นไปช่วงต้นบทความ

SC Asset จึงตัดสินใจจัดตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า เอสซีเอ็กซ์ วัน หรือ SCX ONE เพื่อเข้ามาทำธุรกิจพัฒนาอาคารคลังสินค้าและศูนย์คัดแยกพัสดุโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่ให้ได้ 1,000,000 ตร.ม. ภายในปี 2030

เพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ป SC Asset จึงได้จับมือกับ Flash Group ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์ ที่มีความพร้อมในการยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ จนสามารถเติบโตกลายเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของไทยได้สำเร็จ มาเป็น Strategic Partner รายแรก โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การพัฒนาอาคารคลังสินค้า และศูนย์กระจายพัสดุทั่วประเทศ 300,000 ตร.ม. หรือก็คือ 1 ใน 3 ของพื้นที่เป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยทำเลแรกอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ และพร้อมจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2023 นี้

การจับมือของ Flash Group กับ SCX ONE ในครั้งนี้ จะเป็นการผนวก Ecosystem และ Supply Chain เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ทำงานได้ครอบคลุมทุกมิติ และช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เมื่อออกไปสู่ตลาดโลก

หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการส่งเสริมตลาด E-commerce ให้มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นั่นเอง..

References

https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=12898

https://www.thansettakij.com/economy/trade/518131