สร้างสรรค์เมนูของไหว้ตรุษจีน อร่อยเฮงกันทั้งครอบครัว

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลตรุษจีน เทศกาลแห่งความอบอุ่นของครอบครัวที่สมาชิกในบ้านจะร่วมกันนำอาหารมาไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ รวมถึงเทพเจ้า และสิ่งศักด์สิทธิ์ เพื่อขอความเป็นสิริมงคลที่จะเข้ามาในช่วงปีใหม่ พร้อมตามมาด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองที่สมาชิกในครอบครัว จะมาร่วมกันทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

วันนี้ SC ASSET จึงอยากชวนทุกคนนำอาหารที่ไหว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ เสริมความเฮงกันได้ทั้งครอบครัว

ทำความรู้จักอาหารไหว้ประจำเทศกาลตรุษจีน

อาหารไหว้ในเทศกาลตรุษจีนจะประกอบไปด้วยอาหารมงคล หลากหลายประเภท ได้แก่

ของคาว

  • เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
  • ไก่ หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความขยัน
  • ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์
  • หมู หมายถึง ความอุดมสมบรูณ์ มีกินมีใช้
  • หมี่ซั่ว หมายถึง อายุที่ยืนยาว มีความสุข สุขภาพแข็งแรง
  • สาหร่าย สื่อความหมายถึงความร่ำรวย

ผลไม้

  • ส้ม หมายถึง ความสุข โชคลาภ วาสนา เงินทอง
  • แอปเปิล หมายถึง ความสงบสุข
  • สาลี่ หมายถึง เงินทองไหลมาเทมา
  • องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูนงอกงาม ค้าขายได้กำไรงอกเงย

ขนม

  • ขนมเทียน หมายถึงความสว่างไสว ความรุ่งโรจน์ในชีวิต
  • ขนมเข่ง หมายถึงความหวานชื่น ความราบรื่นในชีวิต
  • ขนมถ้วยฟู หมายถึงความเพิ่มพูน เฟื่องฟู

เมื่อนำของไหว้มาทำพิธ๊ไหว้เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาที่เราจะลงมือรังสรรค์เมนูมื้อเฮงโดยใช้วัตถุดิบหลักเป็นของไหว้มงคลเหล่านี้นี่ล่ะ จะมีอะไรบ้างดูไปพร้อมกันได้เลย

1. อกเป็ดราดซอสส้ม

วัตถุดิบมงคล: อกเป็ด และ ส้ม
เนื้อเป็ดนึ่ง จิ้มซีฟู้ดจะธรรมดาไป มาลองสร้างสรรค์เมนเมนคอร์สด้วย เมนูอกเป็ดราดซอสส้มกัน วิธีทำก็ไม่ได้ซับซ้อน

ส่วนผสม:
อกเป็ด 2 ชิ้น
คั้นน้ำส้ม 4-5 ผล
น้ำซุป 60 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ:
1. นำอกเป็ดมาทอดด้วยไฟกลางให้แห้งกรอบ สามารถปรุงพริกไทยหรือเกลือได้ตามใจชอบ แล้วพักไว้
2. ทำซอสส้ม โดยเริ่มจากเปิดไฟกลางแล้วโรยน้ำตาลทรายลงไปให้ทั่วกระทะ เมื่อน้ำตาลละลายใส่น้ำซุปลงไปแล้วตามด้วยน้ำส้มที่คั้นไว้ เคี่ยวจนซอสเริ่มเหนียว แล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยตามใจชอบ
3. จัดเสิร์ฟด้วยการโรยซอสส้มลงบนเอกเป็ดให้ชุ่มฉ่ำ

2. บิบิม เนงเมียนหมี่ซั่ว

วัตถุดิบมงคล: หมี่ซั่ว และ สาหร่าย
มาเพิ่มคาร์บด้วยเมนูลูกครึ่งจีน – เกาหลี ด้วยเมนู บิบิมเนงเมียน Bibim Naengmyeon หรือบะหมี่เย็นเกาหลีแบบแห้ง โดยเปลี่ยนจากเส้นราเมงมาใช้เป็นหมี่ซั่วแทน

ส่วนผสม:
เส้นหมี่ซั่วลวกสุกนำไปแช่น้ำเย็น 1 ถ้วยใหญ่
เนื้อสัตว์ตามใจชอบ หมูสับ ไก่ เป็ด ได้หมด
สาหร่าย
ไข่ต้ม 2 ฟอง
ซอสโคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:
1. นำซอสโคชูจัง กระเทียม น้ำมันงา มาผสมให้เข้ากัน ปรุงรสตามใจชอบด้วยเกลือและพริกไทย
2. นำซอสแดงที่ได้มาราดบนหมี่ซั่วเย็นที่เตรียมไว้
3. จัดวางเนื้อสัตว์ ไข่ต้ม และโรยหน้าด้วยสาหร่าย ก็พร้อมเสิร์ฟ

3. ปลากะพงทอดราดซอสแกงเขียวหวาน

วัตถุดิบมงคล: ปลากะพง และ หน้อไม้
อร่อยครบรสไปกับอาหารไทยคลาสิกในแกงเขียวหวานเผ็ดร้อน ที่นำมาราดปลากระพงทอดกรอบอร่อย

ส่วนผสม:
ปลากะพงทอดกรอบ 1 ตัว
น้ำพริกแกงเขียวหวานตามชอบ
กะทิ 1 ถ้วย
หม้อไม้ต้มสุกตามชอบ
มะเขือเปราะหั่น 3 ลูก
มะเขือพวงครึ่งถ้วย
พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 1 เม็ด
ใบโหระพาครึ่งถ้วย
น้ำตาลปี๊บตามชอบ
น้ำปลาตามชอบ

วิธีทำ:
1. ผัดกะทิด้วยไฟกลางจนกะทิเดือดแตกมัน แล้วเติมพริกแกงผัดให้หอม
2. ใส่หน่อไม้ มะเขือพวง มะเขือเปราะ พริก และใบโหระพา ปรุงรสด้วยน้ำปลา ผัดจนหอมปรุงรสตามใจชอบด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา
3. นำแกงเขียวหงานที่ได้มาราดปลากระพงทอด พร้อมจัดเสิร์ฟ

4. องุ่นชีสพาย

วัตถุดิบมงคล: องุ่น
เติมความหวานด้วยเมนูขนม โดยนำผลองุ่นมาเป็นวัตถุดิบหลัก

ส่วนผสม
ผลองุ่นตามใจชอบ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
บิสกิตบดละเอียด 75 กรัม
เนยจืด 25 กรัม
ครีมชีส 250 กรัม
โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ 140 กรัม

วิธีทำ:
1. ใส่องุ่นและน้ำตาลทรายลงไปในหม้อ เคี้ยวคนได้ซอสองุ่นแล้วยกลงพักไว้
2. บดบิสกิตแล้วใส่เนยละลายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วแก้วประมาณครึ่งแก้ว กดให้แน่น นำไปแช่เย็น 30 นาที
3. ตีผสมครีมชีสและโยเกิร์ตให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ตักส่วนผสมครีมชีสใส่ลงในแก้วบิสกิต ประมาณ 1/2 แก้ว ตักซอสองุ่นใส่ทับลงไป แต่งหน้าด้วยผลองุ่นสด พร้อมเสิร์ฟ

5. ชาแอปเปิ้ล

วัตถุดิบมงคล: แอปเปิ้ล
ปิดท้ายด้วยเมนูเครื่องดื่มที่ทำง่ายดาย แถมอร่อยสดชื่น และให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนผสม:
ใบชา หรือถุงชา
แอปเปิ้ลสดตามชอบ
น้ำตาลตามใจชอบ

วิธีทำ
1. ตวงใบชาประมาณ 3 ช้อนชา หรือแช่ถุงชา 2 ถุงในน้ำอุ่น แล้วกรองเอาน้ำ ทิ้งไว้ให้เย็น 6 ชั่วโมง
2. คั้นน้ำแอปเปิ้ล 2 ถ้วยตวง แล้วกรองเอาเศษออก เสร็จแล้วนำไปชงกับชาที่แช่เตรียมไว้
3. ชงชาและน้ำแอปเปิ้ลให้เข้ากัน เติมน้ำตาลตามใจชอบ ตกแต่งด้วยแอปเปิ้ลชิ้น พร้อมเสิร์ฟ สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น