วิธีลดความร้อนให้บ้าน

หน้าร้อนใกล้เข้ามาทุกที และในบ้านที่อยู่ตอนนี้ก็เริ่มร้อนตามอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แน่นอนครับว่า “บ้านร้อน” ก็คือไม้เบื่อไม้เมาที่อยู่คู่กับหลายครัวเรือนมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของคนส่วนใหญ่ก็คือการติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั้งที่เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะตามมาด้วยบิลค่าไฟที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าวิธีนี้จะช่วยให้ภายในบ้านจะเย็น แต่สภาพรอบบ้านก็ยิ่งร้อนมากขึ้นจากการทำงานหนักของเครื่องปรับอากาศ และยังส่งผลให้โลกของเราร้อนขึ้นไปอีก ถือว่าเป็นห่วงโซ่ปัญหาที่แก้ไม่ตกเสียที แต่ทว่านี่ก็เป็นทางออกที่หลายคนจำใจยอมรับดีกว่าต้องทนทรมานกับความร้อนภายในบ้านนั่นเอง

ด้วยอุณหภูมิบนปรอทวัดความร้อนทุกวันนี้พุ่งสูงจนแทบจะแตะ 40 องศาในทุกๆ วัน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อากาศจะยิ่งทวีความร้อนอีกเท่าตัว จนทำให้หลายคนเริ่มค้นหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้บ้านของเราเย็นขึ้น วันนี้ SC Asset จึงได้รวมวิธีการลดความร้อนให้บ้าน ทั้งยังช่วยลดโลกร้อนไปในตัวด้วยการไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้ในระยะยาวด้วยครับ

“หลังคา” ต้องกันความร้อนได้

สำหรับบ้านที่ต้องเผชิญกับความร้อน ส่วนใหญ่แล้วมาจากหลังคา เนื่องจากหลังคาบ้านคือส่วนแรกที่ต้องรับแดดโดยตรง ซึ่งปัจจุบันนี้มีแผ่นหลังคาที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ในตัว เช่น หลังคาที่มีสารเคลือบเซามิคโค้ทติ้ง ช่วยปกป้องและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การใช้ Stay Cool ฉนวนกันความร้อนที่จะติดบริเวณส่วนใต้หลังคาช่วยลดปริมาณความร้อน กักเก็บความเย็น ช่วยให้บ้านเย็นสบายครับ

“ผนังบ้าน” ควรทาด้วยสีโทนเย็น

และนอกจากเรื่องของหลังคาบ้านที่ควรใช้หลังคากันร้อนได้แล้ว อีกสิ่งที่เป็นตัวทำให้บ้านร้อนก็คือผนังบ้านนั่นเองครับ ดังนั้นวิธีการแก้ที่ได้ผลดีก็คือการทาสีผนังบ้าน และโทนสีที่นิยมใช้กันเพื่อกันความร้อนได้ก็ควรจะเป็นโทนสีสว่าง อย่างเช่น สีขาว สีครีม หรือสีฟ้าครับ เพราะสีเหล่านี้จะช่วยปรับอากาศในบ้านให้เย็นสบาย ไม่อมความร้อนด้วยครับ

“กันสาด” ช่วยป้องกันแดด

อีกวิธีสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วนิยมทำกันก็คือการติดกันสาดเพื่อป้องกันแดดที่ส่องเข้ามาภายในบริเวณบ้านของเรา ในเมื่อเราไม่สามารถเลี่ยงบ้านจากแสงแดดได้ ดังนั้นการติดตั้งกันสาดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ซึ่งทิศทางที่นิยมติดกันส่วนใหญ่ก็คือทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ เนื่องจากทั้ง 3 ทิศนี้เป็นทิศที่มักจะมีแสงส่องเข้ามาตลอดนั่นเองครับ

“พัดลมเพดาน” ลดร้อนได้

แม้ว่าปัจจุบันนี้พัดลมเพดานไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่ากับพัดลมตั้งโต๊ะ เพราะหลายคนอาจคิดว่าพัดลมเพดานนั้นไล่ความร้อนได้ช้าเพราะอยู่ไกลตัว แต่ความเป็นจริงพัดลมเพดานนี่แหละครับที่เหมาะกับการใช้งานในฤดูร้อนมากที่สุด เนื่องจากคุณสมบัติของพัดลมเพดานจะดูดความร้อนจากพื้นให้ลอยสูงขึ้นและปล่อยอากาศเย็นเข้ามาแทนที่ เป็นตัวช่วยในการลดความร้อนได้อย่างดีเช่นกันครับ

ควรเลี่ยงการปู “พรม”

สิ่งที่บ้านหลายๆ หลังต่างก็ใช้พรมปูพื้นทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างกันไป แต่รู้หรือไม่ครับว่าพรมบางชนิดเป็นตัวการในการกักเก็บความร้อนเอาไว้และเป็นส่วนทำให้บ้านของเราร้อน ดังนั้นการเลือกปูพรมที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติอย่างพรมคอตตอนหรือขนสัตว์ก็ได้ เนื่องจากว่าทั้ง 2 ชนิดนี้จะช่วยกักเก็บความชื้นในอากาศไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ทำให้บ้านร้อนและชื้นด้วยครับ

เลือกใช้ “หลอดไฟ LED”

เคยสังเกตกันหรือไม่ครับว่าหลอดไฟที่ติดอยู่ภายในบ้านของเรานั้นเป็นหลอดไฟประเภทไหน และ หลอดไฟชนิดนั้นปล่อยพลังงานความร้อนออกมามากมายน้อยเพียงใด? ซึ่งหลอดไฟที่ติดอยู่ภายในบ้านควรเป็นหลอดไฟ LED เพราะหลอดไฟชนิดนี้ปล่อยพลังงานความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดไฟชนิดอื่น แถมคุณภาพของแสงสว่างก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วยครับ

“ต้นไม้” ให้ร่มเงา ลดร้อน

และสุดท้ายวิธีที่รักษ์โลกมากที่สุดก็คือการปลูกต้นไม้นั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกรอบบริเวณบ้าน หรือจะเป็นการปลูกไม้เล็กแล้วตั้งไว้ภายในบ้านก็ได้ เพราะนอกจากความสวยงามที่เราจะได้แล้ว ยังเป็นการลดอุณหภูมิภายในบ้านและเพิ่มอากาศบริสุทธิ์จากออกซิเจนให้ไหลเวียนรอบบ้าน หรืออาจจะเสริมด้วยการทำน้ำตกหรือน้ำพุขนาดย่อมเพื่อช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้นก็ได้ครับ

ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนสภาพอากาศร้อนในแต่ละวันได้ แต่ยังมีสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนได้ นั่นก็คือ “เปลี่ยนจากบ้านร้อนให้เป็นบ้านเย็น” เพราะเมื่อบ้านเย็นแล้วจะส่งผลดีให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายทั้งกายและใจ เป็นการสร้างความสุขให้ครัวเรือนได้อีกด้วย แต่สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรลืมนอกจากการลดความร้อนให้บ้านก็คือการคำนึงถึงการลดความร้อนให้โลกนั่นเอง แค่การเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แค่นี้ก็เป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่ทำให้เรามีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้แล้วครับ