สร้างบ้านเองกับซื้อบ้านจัดสรรแบบไหนดีกว่ากัน

เมื่อถึงวัยที่คิดจะซื้อบ้าน หนึ่งในความลังเลขั้นแรกๆ มักจะเป็นเรื่องการเปรียบเทียบว่าปลูกบ้านเอง หรือซื้อบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรร แบบไหนจะดีกว่ากันจริงๆ แล้วบ้านทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่ แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา ทำเล ที่ตั้ง หรือแม้แต่กระบวนการระหว่างทางที่คงปวดหัวกันคนละ แบบ SC Asset จึงหยิบเอาข้อดีข้อเสีย ของบ้านทั้งสองแบบมาให้คุณพิจารณาก่อนจะเลือกซื้อบ้านใน แบบของคุณเอง

ข้อดีของการสร้างบ้านเอง

1.ออกแบบบ้านได้ตามใจชอบ 

อยากสร้างกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ ห้องครัวจะเป็นแบบไหน ก็สามารถออกแบบตามตามฟังก์ชั่นที่อยาก จะได้จริงๆ ได้ ต่างกับบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮ้าส์จัดสรรที่ต้องยอมรับกับแบบบ้านที่จัดสรรมาแล้วนั่นเอง นอกจากสเปซและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังสามารถเลือกวัสดุที่จะใช้ภายในบ้านได้ด้วยว่าอยากได้ผนัง จากอิฐแบบไหน กระจกหน้าบ้าน ประตู หน้าต่าง พื้นบ้าน ผนังครัว ฯลฯ 

2.ราคาถูกกว่าบ้านจัดสรร

จริงๆ แล้วจะบอกว่าบ้านปลูกเองราคาถูกกว่าก็ไม่อาจจะพูดได้เต็มปาก เพราะทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับความ ต้องการของเจ้าของบ้านด้วย ว่าทำเลของพื้นที่สร้างบ้าน วัสดุที่เลือกใช้ หรือเฟอร์นิเจอร์

3.ไม่ต้องเสียค่าส่วนกลาง 

ค่าส่วนกลางของโครงการที่ต้องจ่ายทุกปี อาจจะทำให้คนที่คิดจะซื้อบ้านจัดสรรยอมถอยทัพ การการปลูกบ้านเองไม่ต้องเสียค่าดูแลในส่วนนี้ แต่ก็ต้องจัดการรอบบ้านด้วยตัวเอง เช่น กล้องวงจรปิด หรือระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ 

ข้อเสียของการสร้างบ้านเอง

1.ต้องปวดหัวกับช่างรับเหมา

มีคำพูดที่ว่า ‘ได้ช่างรับเหมาฯ ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ คุณควรหาผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้เพราะการสร้างบ้านหนึ่งหลัง กินเวลานานกว่าที่คุณคิด อาจจะต้องมีการดีลงานกับช่างรับเหมาหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง ภายนอก ตกแต่งภายใน งานระบบน้ำ ระบบไฟต่างๆ และที่สำคัญต้องมีเวลามาตรวจงานเป็นประจำระหว่าง การก่อสร้างอีกด้วย เพื่อตรวจสอบคุณภาพของงานก่อสร้างและคอยดูความคืบหน้าว่ามีการก่อสร้างตรงไหน ที่ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่เราคิดหรือไม่ ถ้าหากไม่มีคนคอยช่วยดูแลในส่วนนี้ คุณอาจจะปวดหัวมากๆ เลยแหละ 

2.หาข้อมูลและทำเอกสารเยอะ 

การก่อสร้างบ้านสักหลัก ต้องยื่นยื่นคำร้องขออนุญาตก่อสร้างบ้านที่สำนักงานเขตท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกู้เงินเพื่อสร้างบ้านกับธนาคารต่างๆ ที่คงปวดหัวไม่น้อย และที่สำคัญคือการหาข้อมูล เรื่องวัสดุก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ด้วย ควรมีข้อมูลความรู้ในส่วนนี้เพื่อจะได้เช็คสเป็ค ของวัสดุว่าตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่

3.ความปลอดภัย

สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย คุณควรศึกษาข้อมูลและหาผู้รับเหมาที่มีผลงานที่ดี มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตการดำเนินงานก่อสร้าง เพราะ ‘บ้าน’ หลังนี้จะเป็นสถานที่ที่คุณและคนที่คุณรักเข้ามาอาศัย เป็นสิบๆ ปี หรืออาจจะตลอดชีวิต 

ไปดูในฝั่งซื้อบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรกันบ้าง 

ข้อดีของการซื้อบ้านจัดสรร

1.ไม่ต้องปวดหัวเรื่องการก่อสร้าง เห็นพื้นที่จริง

บ้านเดี่ยวโครงการต่างๆ มีข้อดีสุดๆ ตรงที่สามารถลากกระเป๋าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย การซื้อบ้านแบบนี้ก็ทำให้ คุณไม่ต้องปวดหัวเรื่องการก่อสร้าง หรือต้องใช้ทักษะในการจิตนาการว่าบ้านหลังนี้จะเป็นอย่างไร เพราะคุณสามารถเดินตรวจสอบได้ทุกซอกทุกมุม 

2.มาตรฐานการก่อสร้างที่ปลอดภัย

เมื่อเป็นบ้านจัดสรรแบรนด์ใหญ่ ก็มีความน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพของการก่อสร้างด้วยโดยนอกจากจะเป็น มาตรฐานการก่อสร้างตามกฏหมายแล้ว ยังมีเรื่องแบบก่อสร้าง ความสูงของประตูหน้าต่าง ขนาดพื้นที่ ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นการวางใจเรื่องสเป็คของวัสดุที่ใช้ เช่น ยี่ห้อ รุ่น สี ขนาด เพราะสเป็คของวัสดุก็ผันตรงตาม ราคาของบ้านนั่นเอง

3.ควบคุมงบประมาณได้ ไม่บานปลาย 

การซื้อบ้านเดี่ยวจัดสรร หรือแม้กระทั่งทวน์โฮม ก็สามารถเลือกทำเลที่ตั้ง หรือโครงการตามงบได้ ทำให้งบที่ ตั้งไว้ไม่บายปลายไปกับค่าก่อสร้าง เพราะบ้านจัดสรรจะรวมทุกอย่างเอาไว้แล้ว ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ค่าระบบต่างๆ ซึ่งทำให้กะงบได้ชัวร์ๆ นั่นเอง 

4.ได้อัตรากู้จากธนาคารดีกว่า

บ้านในโครงการอาจมีข้อได้เปรียบในเรื่องอัตราเงินกู้ เพราะบางโครงการมีการร่วมมือกับธนาคารจัด โปรโมชันไว้แล้ว ซึ่งทำให้สามารถอนุมัติวงเงินที่สูงกว่าบ้านได้ หรือบางที่ก็ได้ผ่อนในอัตราดอกเบี้ยที่ ต่ำกว่าปกติ

ข้อเสียของการซื้อบ้านจัดสรร

1.พื้นที่จัดมาแล้ว อาจจะไม่ตรงกับฟังก์ชันการใช้งาน

ก็ตรงกันข้ามกับข้อดีของสร้างบ้านเอง เพราะบ้านจัดสรรเป็นบ้านที่กำหนดและออกแบบพื้นที่มาเสร็จ สรรพแล้ว วึ่งบางครั้ง อาจจะไม่ตรงกับฟังก์ชั่นการใช้งานของคุณและครอบครัวสักทีเดียวอาจจะต้อง เสียเวลารีโนเวทเพิ่ม นั่นก็หมายถึงงบประมาณที่จะบานปลายตามไปด้วย

2.ต้องจ่ายอย่างต่อเนื่องในเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง

บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมในโครงการบ้านจัดสรรนั้น ทำให้ต้องเสียค่าส่วนกลางอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งบางที Facilities ต่างๆ ที่ได้ในโครงการ อาจไม่จำเป็นกับคุณเลยก็เป็นได้ ทั้งห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งการเสียเงินส่วนนี้ทุกปี อาจเป็นเรื่องทำใจได้ยากกว่าที่คิด

บ้านทั้งสองประเภทต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ลองพิจารณาจากนิสัยและความสามารถของตัวเองว่าเป็นอย่างไร เช่น ถ้าจะต้องเข้าไปคุมรับเหมาจะทำได้ หรือไม่ หรือเป็นคนชอบเลือกดูหาความรู้วัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านหรือไม่ ลองลิสต์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมา แล้วตอบดูว่าทางเลือกไหน จะเป็นตัวเรามากที่สุด