เทคนิคการเลือกเครื่องดูดควันให้เหมาะกับครัวที่บ้าน

เครื่องดูดควันสำคัญมากสำหรับทุกครัวเรือน หากเราไม่อยากให้กลิ่นหรือน้ำมันลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน ปัจจุบันมีเครื่องดูดควันหลากหลายยี่ห้อ หลายแบบ หลายดีไซน์ให้เลือก แต่อะไรคือหลักที่คุณควรรู้ ก่อนเลือกซื้อ SC Asset รวบรวมมาให้แล้ว

  1. กำลังวัตต์ในการดูด 

สูตรคำนวณจากกำลังดูดอากาศที่เหมาะสม = ปริมาตรของห้องครัว (กว้าง x ยาว x สูง) x 10 หน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง

ตัวอย่างเช่น ถ้าห้องครัวมีปริมาตรของพื้นที่เป็น 4x4x3 เมตร (กว้าง x ยาว x สูง) จะออกมาเป็นสูตร (4x4x3) x 10 = 480 

แปลว่า ต้องใช้กำลังดูดมากกว่าหรือเท่ากับ 480 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง

ซึ่งหากไปเลือกซื้อเครื่องดูดควันก็จะเห็นคุณบัติกำลังที่ใช้ดูดแตกต่างกันไป ซึ่งก็ใช้สูตรคำนวนนี้ ในการเลือกที่ดูดควันที่เหมาะสมได้เลย

2. วัสดุของตัวเครื่อง

สำหรับวัสดุของเครื่องดูดควัน แนะนำเป็นสแตนเลสเนื้อคุณภาพ ซึ่งจะไม่เป็นสนิม มีความคงทนต่อการกัดกร่อนสูง และทำความสะอาดง่าย ส่วนมอเตอร์ดูดควัน แนะนำเป็นวัสดุจากอัลลอยด์จะดีที่สุด เพราะคงทนแข็งแรงมากกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ 

3. การถอดล้างง่าย

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เครื่องดูดควันมีประสิทธิภาพ คงทนและใช้ได้ไปนานๆ คือการหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นควรเลือกเครื่องดูดควันที่นอกจากจะมีวัสดุที่ทำให้เช็ดหรือล้างออกง่ายแล้ว สำหรับบ้านไหนที่ทำอาหารบ่อย แนะนำเป็นเครื่องดูดควันที่สามารถถอดล้างได้ เมื่อทำความสะอาดได้บ่อยๆ ก็จะทำให้ไม่มีน้ำมันค้างที่ตัวปล่องหรือมอเตอร์ ส่งผลให้ตัวดูดควันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

4. ดีไซน์

สำหรับบางคนดีไซน์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันมีตัวดูดควันที่มีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบติดผนัง เป็นกระโจมกลางห้อง แบบมาตรฐานทั่วไป หรือสุดไฮเท็คอย่างแบบดาวน์ดราฟท์ที่ดูดควันลงไปด้านข้างเตา ซึ่งทำให้สะอาดตาและดูโมเดิร์นไปอีกแบบ

ใครที่กำลังศึกษาเครื่องดูดควันอยู่ ควรตัดสินใจจากการใช้งานของคุณเป็นหลัก เช่นว่า เป็นคนทำอาหารเยอะหรือไม่ ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทที่ทำให้เกิดควันเยอะหรือเปล่า เพื่อที่จะได้เลือกกำลังของเครื่องดูดให้เหมาะสม และจะได้ใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด